เรื่องมันมีอยู่ว่า ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง เมื่อก่อนมีสถานะเป็นวิทยาลัยติดกับชายทะเล
ณ ตึกบัญชี เมื่อก่อนตัวตึกด้านบนจะทำด้วยไม้ พี่สาวเรียนภาคค่ำที่ตึกนี้
พี่สาวเมื่อเรียนจบต้องรีบไปที่ป้ายรถเมล์ให้ทันรถเที่ยวสุดท้าย รวมถึงคนอื่นๆด้วย
มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อ นศ.ภาคค่ำเรียนจบ ทุกคนที่ต้องกลับหาดใหญ่ ก็ต้องรีบไปที่ป้ายรถเมล์
ยามก็รอสักพักใหญ่ๆ จึงจะเดินไปปิดห่้องปิดตึกยามก็เิดินปิดที่ละห้อง ที่ละห้อง ที่ละชั้นไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งถึงชั้นบนสุด ห้องในสุด เป็นห้องของ นศ.ชั้นปี 3บััญชีภายในห้องมืด แต่ไม่สนิท
ยามอาศัยความเคยชินเดินเข้าไปปิดหน้าต่างลมพัดจากทะเลเข้ามาอย่างแรง แล้วกก็ได้ยินเสียง เอี๊ยด.....
ลมพัดอีกทีก็ เอี๊ยด...ยามก็สงสัยเพราะลมก็ไม่ได้พัดแรงขนาดจะทำให้โครงสร้างไม้หรือลั่นเองได้จึง
ยื่นมือไปกดสวิตไฟโดยที่ตัวยืนนอกประตู สิ่งที่เห็นทำให้ยามแทบสิ้นสติ....เด็กผู้หญิงผุกคอตายกับคาน
จังหวะเปิดไฟนั้น เด็กผู้หญิงลิ้นจุกปากตายมองมาทีประตู ทางสถานบันจึงปิดเรื่อง แล้วทำบุญพร้อมสอบสวน
สาเหตุพบว่า นศ.หญิงได้ทะเลาะกับแฟนที่เรียนช่างกลโรงงานในสถาบันเดียวกัน
ฝ่ายชายขอเลิก ฝ่ายหญิงขอคืนดีด้วย แต่คงจะไม่เป็นผล
พวกคุณๆ เชื่อในคำที่ว่า ตายไป7วันจะมาหาคนสำคัญหรือเปล่าครับ 7 วันนั้นสำหรับคนที่ตายปกติ
ไม่ใช่คนที่ตายโหงคับคนที่ตายโหง มีความเชื่อว่าถ้าก่อนตายไม่ได้ตายอย่างอารมณ์ปกติ
จะมีการผูกมัดกับสถานที่บางคนตายโดยมีอารมณ์แค้น, เศร้า, ตายโดยไม่รู้ตัว
อย่างกรณีที่พี่ผมเจอก็เช่นเดียวกันในวันที่ 1-3ไม่เจออะะไรแฟนหนุ่มของนศ.สาวก็มาทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้
แต่พอวันที่7 พี่สาวผมเจออะไรที่ใครหลายคนคงไม่อยากเจอ
ขอบอกก่อนว่า บ้านผมเชื่อในการทรงเจ้า พวกเราเชื่อว่ามีสิ่งที่ดูแลบ้าน และทุกคนในครอบครัว
มาตั้งแต่บรรพบุรุษ แต่พี่สาวคนนี้ไม่เชื่อเรื่องผี ่
ในวันที่7พี่สาวผมก็เลิกเรียนปกติกำลังรีบไปที่ป้ายรถเมล์แต่นึกได้ว่าลืมที่จะงานส่งไว้ใต้โต๊ะ
จึงบอกเพื่อนให้บอกนายหัวรถเมล์ ให้รอซึ่งคนขับรถที่นี่จะรอและเข้าใจครับ
พี่สาวผมแกก็เสียเวลาหาอยู่พักแล้วก็วิ่งออกมาจากตึกเรียนคือตัวตึกจะหันหน้าเข้าหาทะเล
ประตูทางออกจะมีสองด้าน พี่ผมแกออกทางด้านหลังวิ่งตัดผ่านหลังตึก ซึ่งหลังตึกก็ปลูกต้นสนใหญ๋ไว้บังลม
แล้ว...แกบังเอิญไปมองเห็นเท้าคนตรงโค่นต้นสน ด้วยความหวังดี จึงถามว่า...
"จะกลับหาดใหญ่หรือเปล่า รีบไปเถอะเดี๋ยวรถหมด" ถามอยู่สองสามครั้ง แกก็เดินเข้าไปใกล้ๆ
แกแทบช๊อค เพราะพบว่า....แกมองตามขาที่สวมรองเท้านั้นไล่ขึ้นไป จนถึงหลังคาตึกภาพที่เห็นคือ...
ผู้หญิงนั่งบนหลังคาตึกแต่ขายาวแตะถึงพื้น ตามองไปที่ประตูทางออกปากก็บ่นพึมพำอยู่ตลอด
พี่สาวตกใจมาก กลัวจนก้าวขาไม่ออก ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดให้ต้องจ้อมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น
ผู้หญิงคนนั้ก็มองมาที่แก แล้วก็มองไปที่ทางออกอีกครั้ง พี่สาวก็ยังกลัวคิดถึงพ่อแม่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
อีกครั้งที่ผู้หญิงมองมาที่พี่สาวแล้ว ส่งเสียงถามพี่สาวว่า...."มึงมองทำไม"
พี่สาวรวบรวมกำลังวิ่งไปโดยไม่มองกลับหลังไปทีป้ายรถเมล์ ซึ่งรถยังคงจอดรออยู่
ในรถก็เล่าให้เพื่อนทุกคนฟังถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นกลับถึงบอกก็รีบไปที่ห้องพ่อแม่เล่าให้ฟังทุกอย่าง
ผมตอนเด็กๆนั่งฟังไปขี้หดตดหายไป ที่นี้พี่สาวคนนีี้เชื่อในเรื่อง ลึกลับแล้ว
ขอขอบคุณ @physics_lek ที่มาเล่าเรื่อง"คานลั่น" ให้พวกเราชาวtwitterได้อ่านในยามค่ำคืน
edit @ 5 Oct 2009 13:27:31 by KeWPiE